ความเครียดกับความดันโลหิต: อันตรายที่ซ่อนอยู่

เข้าใจว่าความเครียดส่งผลกระทบต่อหัวใจและหลอดเลือดอย่างไร เรียนรู้วิธีปกป้องสุขภาพหัวใจของคุณจากผลกระทบของความกดดันในชีวิตประจำวัน

เรียนรู้เพิ่มเติม
ภาพแสดงความเครียดและความดันโลหิต

ความเครียดทำอะไรกับหัวใจของเรา

เมื่อเราเครียด ร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนเช่นอะดรีนาลีนและคอร์ติซอล ฮอร์โมนเหล่านี้ทำให้หลอดเลือดตีบและหัวใจเต้นเร็วขึ้นทันที เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์อันตราย

แต่ถ้าความเครียดเกิดขึ้นเรื่อยๆ และไม่หยุด ฮอร์โมนเหล่านี้จะอยู่ในระดับสูงตลอดเวลา ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักเกินไป หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น และนำไปสู่ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง

ผลกระทบของความเครียดต่อความดัน

ความเครียดไม่ได้แค่ส่งผลต่อจิตใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดของเรา การเข้าใจกลไกนี้จะช่วยให้เราดูแลสุขภาพได้ดีขึ้น

30+
มม.ปรอท

ความดันเพิ่มขึ้นจากความเครียดเฉียบพลัน

2-3x
ความเสี่ยง

เสี่ยงต่อโรคหัวใจเพิ่มขึ้นจากความเครียดเรื้อรัง

24 ชม.
ระยะเวลา

หัวใจต้องทำงานหนักตลอดวัน

ความเครียดส่งผลต่อหัวใจอย่างไร

การตอบสนองทันที

เมื่อเครียด ร่างกายจะเข้าสู่โหมด "ต่อสู้หรือหนี" ทันที หัวใจเต้นเร็วขึ้น หลอดเลือดตีบตัว เพื่อส่งเลือดไปยังกล้ามเนื้อมากขึ้น ความดันโลหิตจึงพุ่งสูงในทันที

🔄

ฮอร์โมนความเครียด

อะดรีนาลีนและคอร์ติซอลถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง สารเหล่านี้ทำให้หลอดเลือดหดตัว และหัวใจต้องสูบฉีดแรงขึ้นเพื่อส่งเลือดไปทั่วร่างกาย

💢

ความดันสูงเรื้อรัง

เมื่อความเครียดไม่หยุดหย่อน ระดับฮอร์โมนเหล่านี้จะสูงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ความดันโลหิตสูงเป็นเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

🫀

หลอดเลือดแข็งตัว

การหดตัวของหลอดเลือดบ่อยครั้งทำให้หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น ผนังหลอดเลือดแข็งตัว ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี และความดันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

⚠️

ภาวะแทรกซ้อน

ความดันสูงที่เกิดจากความเครียดเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจวาย ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต

พฤติกรรมที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง

เมื่อเราเครียด มักจะมีพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพตามมา เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และการนอนไม่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้หัวใจและหลอดเลือดได้รับความเสียหายมากขึ้น

นอกจากนี้ ความเครียดยังทำให้เราไม่อยากออกกำลังกาย นั่งนิ่งๆ เป็นเวลานาน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด การจัดการความเครียดอย่างถูกวิธีจึงสำคัญมาก

ภาพพฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพหัวใจ

การดูแลตัวเองเพื่อลดความเครียด

การจัดการอารมณ์และความกังวลเป็นสิ่งสำคัญมาก เรียนรู้วิธีผ่อนคลาย เช่น การหายใจลึกๆ การทำสมาธิ หรือการออกกำลังกายเบาๆ จะช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดได้ ถ้ารู้สึกว่าความเครียดมากเกินไปและมีอาการเช่น เวียนศีรษะ ปวดหัว หรือหัวใจเต้นเร็ว ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

การเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ดีขึ้นก็ช่วยได้มาก เช่น การกินอาหารที่มีประโยชน์ การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและเกลือมาก การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การนอนหลับให้เพียงพอ และการหลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรง ลดความเสี่ยงจากความเครียดได้

ประสบการณ์จากผู้ที่ได้รับผลกระทบ

หลังจากที่ได้เรียนรู้เรื่องความเครียดกับความดัน ผมเริ่มหาเวลาพักผ่อน ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เครียด ตอนนี้ความดันผมลดลงมาก หัวใจแข็งแรงขึ้น และชีวิตก็ดีขึ้นเยอะ

- สมชาย วงศ์ประเสริฐ

ก่อนหน้านี้ดิฉันไม่รู้ว่าความเครียดมีผลต่อหัวใจมากขนาดนี้ แต่พอได้ข้อมูลแล้ว เริ่มเข้าใจและดูแลตัวเองมากขึ้น ตอนนี้อาการปวดศีรษะและเวียนหัวหายไปเยอะแล้ว

- วรรณา สุขสวัสดิ์

งานยุ่งมาก เครียดทุกวัน ความดันก็สูงตามๆ กัน พอได้อ่านข้อมูลนี้ ผมเริ่มหาวิธีจัดการความเครียด ตอนนี้รู้สึกผ่อนคลายและมีสุขภาพที่ดีขึ้น

- ประวิทย์ ชัยชนะ

หลังจากที่เข้าใจว่าความเครียดทำอะไรกับหัวใจ ดิฉันเริ่มให้ความสำคัญกับการพักผ่อน นอนหลับให้เพียงพอ และทำกิจกรรมที่ชอบ ทำให้รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย

- สุดา พรหมมา

ติดต่อเราเพื่อข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลติดต่อ

อีเมล: hello (at) lomaxah.shop

ที่อยู่: 152/7 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

โทรศัพท์: +66 2 378 5194

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความเครียดและความดันโลหิต

คำถามที่พบบ่อย

ความเครียดทำให้ความดันสูงขึ้นทันทีจริงหรือ

จริงครับ เมื่อเครียด ร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนที่ทำให้หลอดเลือดตีบและหัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตจึงพุ่งสูงในทันที บางครั้งเพิ่มขึ้นกว่า 30 มม.ปรอท ภายในไม่กี่นาที

ความเครียดเรื้อรังอันตรายกว่าความเครียดชั่วคราวจริงหรือ

ใช่ครับ ความเครียดเรื้อรังทำให้ระดับฮอร์โมนความเครียดสูงอยู่ตลอดเวลา ทำให้หัวใจและหลอดเลือดได้รับความเสียหาย นำไปสู่ความดันสูงถาวร และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง

มีวิธีลดความเครียดอย่างไร

มีหลายวิธี เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การนอนหลับให้เพียงพอ การทำสมาธิหรือโยคะ การทำกิจกรรมที่ชอบ การพูดคุยกับคนใกล้ชิด และการหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่ทำให้เครียดเมื่อทำได้

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

ถ้าคุณมีความเครียดมากและมีอาการเช่น ปวดศีรษะบ่อยๆ เวียนศีรษะ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หายใจไม่สะดวก หรือวัดความดันแล้วสูงกว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

การเปลี่ยนวิถีชีวิตช่วยได้จริงหรือ

ช่วยได้มากครับ การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การออกกำลังกาย การนอนหลับเพียงพอ และการหลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ จะช่วยให้หัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงจากความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ